คุณพอใจกับบริการเว็บไซต์ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาขอนแก่น มากน้อยเพียงใด ?

พอใจมากที่สุด
พอใจมาก
พอใจปานกลาง
พอใจน้อย
ควรปรับปรุง




 เริ่มนับ 17 ธ.ค. 2553
ผู้ใช้งานขณะนี้ 3 IP
สถิติวันนี้
18 คน
สถิติเดือนนี้
1195 คน
สถิติปีนี้
5695 คน
สถิติทั้งหมด
212923 คน
(Show/hide IP)
แอบส่อง! อาหารนักบินอวกาศ ที่ไม่เหมือนกับอาหารคนบนโลก

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ.2559


แอบส่อง! อาหารนักบินอวกาศ ที่ไม่เหมือนกับอาหารคนบนโลก

        เวลาเราเห็นภาพข่าวนักบินอวกาศที่ใช้ชีวิตอยู่ทามกลางสภาวะไร้น้ำหนัก เราก็ได้แต่นึกชื่นชมและทึ่งในความเก่งของพี่ๆ นักบินอวกาศที่ตั้งใจไปทำภารกิจ แต่พอลองมานึกดูดีๆ นอกเหนือจากภารกิจที่ต้องไปทำแล้ว การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาวะไร้น้ำหนักก็ท้าทายไม่แพ้กันเลย โดยเฉพาะเรื่อง "การกิน" ซึ่งสำคัญมาก เพราะต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์หรืออาจเป็นเดือนๆ
 

         คำถามที่ผุดขึ้นมาก่อนเลยคือ "เขากินอาหารกันยังไง" เพราะถ้าเทใส่จานเหมือนปกติ อาหารก็จะออกมาลอยเคว้งคว้างไปมา แต่สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในสภาวะอย่างนั้น นักบินอวกาศเขากินอะไรกัน จะกินก๋วยเตี๋ยวเหมือนอย่างเราได้มั้ย แล้วในยานอวกาศมีไมโครเวฟ มีเตาแก๊สหรือเปล่า หรือว่าเมื่อยานลงจอด ก็ลงไปปลูกมันฝรั่งเหมือนกับหนังเรื่อง Martion ยิ่งคิดยิ่งงง
       อาหารที่นักบินอวกาศได้ทานนั้น คงไม่ใช่อาหารปรุงสดแบบที่คนบนพื้นโลกทานแน่นอน รวมถึงกรรมวิธีการถนอมอาหารเพื่อนำไปทานบนอวกาศก็ต่างจากการถนอมอาหารบนพื้นโลก เพราะต้องมีกระบวนการพิเศษในการเตรียมอาหาร การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการเก็บรักษา เพราะการอยู่ในอวกาศมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก
โครงการเมอร์คิวรี
ในยุคแรกของการท่องอวกาศ คงจะไม่พูดถึงโครงการเมอร์คิวรีไม่ได้ โครการนี้เป็นการทดสอบการบินในยุคแรกๆ รวมถึงเป็นโครงการที่ใช้ทดสอบสรีรวิทยาในเรื่องการกินของมนุษย์เมื่อต้องไปอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็น การเคี้ยว ดื่ม กิน
         อาหารของนักบินอวกาศ จะมาในรูปแบบของอาหารที่บดมาจนมีสภาพกึ่งเหลว บรรจุในหลอดอะลูมิเนียมคล้ายกับหลอดยาสีฟัน ซึ่งบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้จะมีความพิเศษ สามารถป้องกันการก่อตัวของแก๊สไฮโดรเจนซึ่งเป็นปฏิกิริยาระหว่างผิวโลหะกับอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด แต่หลอดชนิดนี้มีข้อเสียตรงที่น้ำหนักมากกว่าอาหารซะอีกค่ะ สุดท้ายเลยต้องเปลี่ยนมาเป็นหลอดพลาสติก เพื่อให้น้ำหนักเบาขึ้น วิธีทานก็คือ บีบใส่ปากทานกันแบบนั้นเลย
        แต่รูปแบบของอาหารก็มีการปรับปรุงและพัฒนาไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ปรับให้เป็นอาหารแห้งและอัดเป็นก้อนๆ สี่เหลี่ยมพอดีคำ และฉาบด้วยวุ้นเพื่อไม่ให้แตกเป็นชิ้นๆ (นึกถึงอาหารแมวเลย) เพราะถ้าเกิดอาหารแตกขึ้นมา เศษอาหารอาจจะไปอุดตามอุปกรณ์ต่างๆ บนยานอวกาศได้

 
 
โครงการเจมินี – โครงการอะพอลโล
แวดวงวิทยาศาสตร์ไม่มีทางหยุดนิ่งอยู่แล้ว เรื่องอาหารของนักบินอวกาศก็เช่นกัน โครงการเจมินีพัฒนาไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว ทั้งความหลากหลายและบรรจุภัณฑ์ อาหารในยุคนี้จะเริ่มใกล้เคียงกับอาหารสดทั้งสีและรสชาติ โดยมีกระบวนการขจัดน้ำออกจากอาหาร วิธีการก็คือ แล่อาหารเป็นชิ้นบางๆ และหั่นเป็นก้อนเล็กๆ ปรุงเสร็จจะแช่แข็งทันทีและไปเก็บไว้ในห้องสุญญากาศที่มีการลดความดันอากาศลง และเพิ่มอุณหภูมิด้วยแผ่นความร้อน กรรมวิธีนี้อาหารที่ได้จะยังมีรสชาติเช่นเดิมค่ะ แต่ว่าก่อนการกินนักบินจะต้องฉีดน้ำเข้าไปผสมก่อน เมื่ออาหารได้รับน้ำ ปากถุงจะเปิดออกถึงจะทานได้นั่นเอง 

 

        โครงการอะพอลโลมีรูปแบบการบรรจุอาหารแบบเดียวกับโครงการเจมินี แต่ชนิดของอาหารหลากหลายกว่า และก็เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์โดยไม่ต้องเติมน้ำเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะมีน้ำบรรจุอยู่แล้ว ซึ่งจะมีทั้งแบบที่เป็นถุงพลาสติกหุ้มด้วยแผ่นอะลูมิเนียม และอาหารกระป๋องคล้ายๆ กับที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
        ในยุคนี้นักบินอวกาศจะได้ทานอาหารที่อร่อยและให้ความรู้สึกเหมือนคนปกติได้ทานกัน เพราะทั้งเห็นและได้กลิ่นอาหาร และยังใช้ช้อนทานอาหารได้ด้วย เป็นครั้งแรกของการทานอวกาศบนยานอวกาศเลย

    โครงการสกายแล็บ - สถานีอวกาศนานาชาติ
        ถัดมาในยุคของสกายแล็บ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลย เพราะในสถานีอวกาศสกายแล็บมีตู้เย็น เครื่องแช่แข็ง ถาดอาหารและโต๊ะ ก็จะให้ความรู้สึกคล้ายกินข้าวที่บ้าน แต่อาจจะได้บรรยากาศแบบไร้แรงโน้มถ่วงสำหรับบรรจุภัณฑ์ก็จะออกแบบมาเป็นพิเศษ ก่อนทานนักบินต้องอุ่นอาหารก่อน ที่สำคัญเมนูอาหารก็จะออกแบบสำหรับนักบินแต่ละคนโดยเฉพาะ ซึ่งจะคำนวณตามนักบินแต่ละคนเลยทั้งเรื่องของอายุ น้ำหนักตัว และหน้าที่บนยานอวกาศ
 

        ต่อมาในยุคของกระสวยอวกาศ นักบินบนกระสวยอวกาศมีเมนูให้เลือกถึง 74 ชนิด เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเครื่องดื่มอีก 20 ประเภท เพราะว่านักบินที่เดินทางไปนั้นมีจำนวนมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งนักบินแต่ละคนจะเลือกมื้ออาหารได้เองด้วย การเตรียมอาหารบนกระสวยอวกาศจะทำภายในห้องครัว มีเตาอบ และมีท่อน้ำที่จ่ายทั้งน้ำร้อน น้ำอุ่น และน้ำเย็นได้ เวลานักบินจะรับประทานจะต้องคาดเข็มขัดผูกติดกับที่นั่ง และใช้มีด ช้อน ส้อม ทานเหมือนบนโลกเลย
 

 
        จนกระทั่งมาในยุคของสถานีอวกาศนานาชาติ พลังงานไฟฟ้าถูกสร้างขึ้นจากแผงเซลล์สุริยะ จึงไม่มีน้ำเกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ ดังนั้นอาหารบนสถานีอวกาศจึงมาในรูปแบบของอาหารแช่แข็ง และไม่จำเป็นต้องผสมน้ำก่อนทานด้วย
        เทคโนโลยีต่างๆ ก็ทำให้นักบินอวกาศได้ทานอะไรที่เหมือนคนบนโลกทาน ก็ดูไม่น่าจะลำบากอะไร แต่ความเป็นจริงแล้ว นักบินจะต้องคุมอาหารให้ได้พลังงานเฉลี่ย 3,000 กิโลแคลอรี่ ซึ่งถือว่าเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง เพราะว่าเมื่ออยู่ในสภาวะไร้น้ำหนัก จะต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ เช่น จะก้มลงใส่รองเท้า ตัวก็อาจจะตีลังกาตามไปด้วยนั่นเอง
        นอกจากนี้อาหารยังช่วยชดเชยการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อต้องมาอยู่ในอวกาศด้วย ไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อเสื่อมถอย การสูญเสียแคลเซียม เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.dek-d.com/education/40728/

 

เข้าชม : 208


บทความ 5 อันดับล่าสุด

SAR ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาขอนแก่น ปีงบประมาณ 2560 ( 12 ธ.ค. 2560 )
มารู้จัก "โคลน/ทรายดูด" พร้อมข้อปฏิบัติฉุกเฉิน ก่อนจะยิ่งจมกว่าเดิม ( 28 ก.ย. 2559 )
แอบส่อง! อาหารนักบินอวกาศ ที่ไม่เหมือนกับอาหารคนบนโลก ( 28 ก.ย. 2559 )
ความเชื่อที่ผิด! "สุนัขต้องกิน+แทะกระดูก" คนให้อาจจะบาปไปตลอดชีวิต ( 28 ก.ย. 2559 )
สงสัยมั้ย? "เพนกวิน" ทนอยู่กับหนาวเย็นทั้งชีวิตได้ยังไง ( 28 ก.ย. 2559 )
© Copyright 2010, allright reserved by ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาขอนแก่น
ถนนมิตรภาพ (กม.ที่ 44-45) ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น 40110  โทรศัพท์  043-274154 - 5   แฟ็กซ์  043-274046

ระบบจัดการเว็บไซต์    ขอนแก่นเว็บดอทคอม